วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558



บันทึกอนุทิน ครั้งที่5

วิชา การจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

วันอังคาร ที่ 9 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558






ความรู้ที่ได้รับ



          ชิ้นที่1 สีเทียนร่วมใจ (งานกลุ่ม)

          ชิ้นที่2 ถูสีเทียน

          ชิ้นที่3 วาดภาพสีเทียนตามจินตนาการ

          ชิ้นที่4 บาติกสีเทียนบนกระดาษ

          ชิ้นที่5 วาดรูปสีเทียนและสีน้ำ

          ชิ้นที่6 ปั้นดินเหนียว

          ชิ้นที่7 แกะภาพจากกระดาษทราย

          ชิ้นที่8 ฝนภาพจากสีเทียน

          ชิ้นที่9 สีเทียนกับผ้า

          ชิ้นที่10 ลอกลายจากวัสดุธรรมชาติ




กิจกรรมในวันนี้




ชิ้นที่1 สีเทียนร่วมใจ (งานกลุ่ม)





ชิ้นที่2 ถูสีเทียน




ชิ้นที่3 วาดภาพสีเทียนตามจินตนาการ




ชิ้นที่4 บาติกสีเทียนบนกระดาษ





ชิ้นที่5 วาดรูปสีเทียนและสีน้ำ


ภาพ

ชิ้นที่6 ปั้นดินเหนียว





 ชิ้นที่7 แกะภาพจากกระดาษทราย



ภาพ
ชิ้นที่8 ฝนภาพจากสีเทียน




ชิ้นที่9 สีเทียนกับผ้า





ชิ้นที่10 ลอกลายจากวัสดุธรรมชาติ




ประเมิน

           ตนเอง  :  สนุกกับการทำกิจกรรมในวันนี้มาก ไม่น่าเบื่อ ไม่ง่วงนอน ปกติจะไม่ค่อยชอบใช้สีเทียน แต่วันนี้ทำให้รู้ว่าสีเทียนสามารถนำไปจัดกิจกรรมได้เยอะมาก ทั้งทำงานเดี่ยว แล้วก็ทำกิจกรรมกลุ่ม

           เพื่อน   :   เพื่อนทุกคนในห้องสนุกสนานและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมทั้งเดี่ยวและกลุ่ม การทำกิจกรรมกลุ่มทุกคนให้ความร่วมมือช่วยกันสร้างสรรค์งานออกมาจนเสร็จและสวยงาม

           อาจารย์  :  อาจารย์สอนเทคนิคการใช้สีเทียนที่หลากหลาย อุปกรณ์ที่อาจารย์เตรียมมาเพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา อาจารย์สอนฝจเย็นมาก เป็นกันเอง ไม่กดดันเพราะอาจารย์อาจารย์ไม่ได้กำหนดเวลาของงานแต่ละชิ้น







บันทึกอนุทิน ครั้งที่4 

วิชา การจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

วันอังคาร ที่ 2 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558




ความรู้ที่ได้รับ

วัสดุที่ใช้ในงานศิลปะ

              วัสดุ คือ สิ่งที่ใช้แล้วหมดไป เช่น กระดาษ สี กาว เศษผ้า สิ่งที่เราสามารถหาซื้อได้ง่าย อาจเป็นวัสดุจากธรรมชาติ หรือที่มีอยู่ในท้องถิ่น และเหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะ 
หลีกเลี่ยงวัสดุที่เป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น วัสดุที่มีปลายแหลม คม แตกง่าย ภาชนะที่เคยบรรจุสารเคมี หรือน้ำยาต่างๆที่ยังอาจติดค้าง หรือมีกลิ่นระเหยที่เป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น ถังสี น้ำยาต่างๆ

วัสดุที่ใช้งานศิลปะของเด็กปฐมวัย

              กระดาษ เช่น กระดาษวาดเขียน กระดาษบรู๊ฟ กระดาษโปสเตอร์ต่างๆ กระดาษมันปู กระดาษจากนิตยสารต่างๆที่ไม่ใช้แล้ว แต่ต้องเป็นกระดาษที่เหมาะสมกับชิ้นงานนั้นๆ ไม่ควรใช้กระดาษที่มีราคาแพงมากจนเกินไป

              กระดาษวาดเขียน/กระดาษปอนด์ มีความหนาไม่เท่ากัน มี 60 80 100 ใช้ได้ดีกับงานวาดรูประบายสีทุกชนิดสำหรับเด็กปฐมวัย ยิ่งหนาผิวยิ่งหยาบงานก็จะยิ่งสวย

               กระดาษโปสเตอร์ มีทั้งหน้าเดียวและสองหน้า ทั้งหนาและบาง การเลือกกระดาษขึ้นอยู่กับการใช้งานว่าใช้กี่หน้า กระดาษที่มีสองหน้าจะมีความหนาแข็งแรงมากขึ้น

               กระดาษมันปู เป็นกระดาษผิวเรียบมันด้านหน้าด้านหลังเป็นสีขาว มีสีทุกสี เนื้อบาง เหมาะกับการทำศิลปะประเภทฉีก ตัด พับ ปะกระดาษ

              กระดาษบรู๊ฟ ส่วนมากเอามาเขียน ไม่ค่อยวาดไม่ค่อยเหมาะกับเด็กปฐมวัย

               การดาษจากนิตยสาร เป็นกระดาษที่เหมาะในการนำมาใช้กับเด็กเล็กๆ เพราะไม่ต้องซื้อ

               กระดาษหนังสือพิมพ์ ขณะทดลองเอากระดาษหนังสือพิมพ์ให้เด็กทำก่อน พอเด็กทำได้ค่อยเอากระดาษจริงมาให้เด็กทำ หรือใช้เอามารองผลงาน หากเราไม่รูปเราสามารถนำมาตัดแปะได้

สีที่ใช้ในงานศิลปะของเด็กปฐมวัย

              สี เป็นวัสดุที่ดุงดูดความสนใจของเด็ก เช่น สีเทียน สีฝุ่น สีโปสเตอร์ สีผสมอาหาร สีจากธรรมชาติต่างๆ

              สีเทียน เป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานศิลปะ สีเทียนที่ดีควรมีสีสด ไม่มีไขเทียนมากเกินไป ควรเลือกชนิดที่มีเนื้อสีมากกว่าเนื้อเทียน มีสีสด แท่งโต เพื่อเด็กหยิบจับถนัดมือกว่าแท่งเล็กและไม่หักง่าย ถ้าไม่มีสีขาวเลยจะดีกว่า เพราะเด็กใช้สีขาวน้อย (ไม่ควรเลือกสีขาว เพราะเราได้ใช้)

              สีชอร์กเทียน คล้ายกับสีเทียน เป็นสีชอร์กที่ผสมน้ำมันหรือไข สีสดใส เนื้อนุ่ม สีหนา  สามารถใช้เล็บ นิ่มมือ หรือกระดาษทิชชู ตกแต่ง เกลี่ยสีให้เข้ากันคล้ายรูปที่ระบายด้วยสีน้ำมัน เหมาะสำหรับเด็กโตมากกว่าเด็กเล็ก

             สีเทียนพลาสติก สีและพลาสติกผสมกันเป็นแท่งเล็กๆแข็ง เลาได้เหมือนดินสอ แต่มีราคาแพง

            สีเมจิก เหมาะสำหรับขีดเขี่ยลายเส้นหรือการเขียน

              ปากกาปลายสักหลาด หรือเรียกว่า ปากกาเคมี เป็นปากกาพลาสติกไม่เหมาะในการระบายพื้นที่กว้าง ถ้าทิ้งไว้นานๆ สีจะซีดเร็ว ควรให้เด็กสวมปลอกปากกาทุกครั้งที่เขียนเสร็จ

              ดินสอ เด็กๆส่วนมากอยากใช้ดินสอในการวาดรูป ไม่ควรใช้ดินสอ เพราะดินสอเป็นตัวปิดกั้นความคิดของเด็ก เช่น การลบได้ ไม่มั่นใจในตัวเองลบบ่อยๆ ดินสอมีสีเดียว คือสีดำ เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 7ปี

              ดินสอสีหรือสีไม้ คือเหมาะสำหรับเด็กโตๆมากกว่าเด็กเล็กๆ เพราะนอกจากจะหัก ทู่ง่าย ต้องเหลาบ่อยๆ มีราคาแพงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับสีเทียนหรือสีประเภทผสมน้ำ

               สีที่ต้องผสมน้ำหรือเป็นน้ำ ได้แก่ สีฝุ่น สีน้ำ สีโปสเตอร์ สีผสมอาหาร สีพลาสติกผสมน้ำ

               สีฝุ่น เป็นสีผง มีหลายสี ใช้ผสมน้ำน้ำให้ใสข้นเป็นครีมอาจผสมกาวหรือแป้งเปียกด้วย ขึ้นอยู่กับงานแต่ละชนิด มีราคาถูกกว่าสีประเภทอื่น

               สีโปสเตอร์ ถ้าต้องการสีอ่อนจะผสมน้ำไม่ได้ จะต้องใช้สีขาวผสมจะได้สีอ่อนระบายได้เรียบ

               สีน้ำ เป็นสีโปร่งแสง เด็กจะไม่ค่อยชอบ เบื่อ เพราะควบคุมสียาก จึงเหมาะกับเด็กโตมากกว่าเด็กเล็ก

               สีจากธรรมชาติ เป็นสีที่ได้จากผัก ผลไม้ ดอกไม้ ใบไม้ ลำต้น ราก หรือเปลือกของพืช เป็นสีที่ไม่มีสารเจือปน

วัสดุที่ใช้ในงานศิลปะ

               กาว เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กคือแป้งเปียก

               ดินเหนียว หรือดินตามธรรมชาติ มีความนิ่มเหนียว นำมาใช้ปั้นทำเป็นเครื่องปั้นดินเผาได้ ระบายสีก็ได้

               ดินน้ำมัน มีส่วนผสมของดินน้ำมันอยู่ เนื้อนิ่มเมื่อโดนความร้อน เหนียวติดมือไม่เหมาะกับเด็กเล็กๆ

               ดินวิทยาศาสตร์ (แป้งโด) นิ่ม มีหลายสี ไม่เหนียวติดมือเหมือนดินดินน้ำมัน ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตราย เหมาะสำหรับเด็กเล็ก




กิจกรรมศิลปะในวันนี้



 วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำกิจกรรมวันนี้





                            


งานชิ้นที่1   ลากเส้นต้อจุดให้เป็นรูปภาพสิ่งที่มีชีวิต

  



                               


งานชิ้นที่2 ลากเส้นต่อจุดให้เป็นรูปภาพที่ไม่มีชีวิต




ประเมิน

           ตนเอง  :  วันนี้เรียนสนุกมาก ถึงแม้จะง่วงบ้างเล็กน้อยตอนเรียนทฤษฎี ชอบบรรยากาศแบบนี้ ไม่กดดัน

           เพื่อน   :   เพื่อนตั้งใจเรียนและตั้งใจทำกิจกรรม ผลงานของแต่ละคนสวยมากๆ

           อาจารย์  :  อาจารย์มีการเตรียมพร้อมในการที่ดีมาก มีการอธิบายเนื้อหาละเอียด มีการยกตัวอย่างและบอกเทคนิคต่างๆ ทำให้นักศึกษาเข้าใจมากขึ้น และทำกิจกรรมทุกครั้ง อาจารย์จะมีการเตรียมอุปกรณ์ที่หลากหลาย เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษา 




บันทึกอนุทิน ครั้งที่3

วิชา การจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

วันอังคาร ที่ 26 เดือน มกราคม พ.ศ. 2558





ความรู้ที่ได้รับ

หลักการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

              กิจกรรมที่สามารถให้เด็กทำ ได้แก่ แบบส่วนตัว แบบส่วนร่วม/แบบร่วมมือ และแบบคู่  กิจกรรมบางอย่างเราสามารถให้ผู้ปกครองร่วมทำกับเด้กได้ แต่ส่วนมากผู้ปกครองอาจจะไม่ว่าง แต่ถ้ามีผู้ปกครองในห้องเราสามารถดึงเข้ามาร่วมในกิจกรรมได้ เพื่อจะได้ให้ผู้ปกครองได้เห็นพฤติกรรมของลูก

             ศิลปะ เป็นพื้นฐานทางการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย เพราะศิลปะ ช่วยให้เด็กปฐมวัยมีประสบการณ์การที่หลากหลาย

ประสบการณ์ด้านการสำรวจ ตรวจสอบ (สังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว)

            ประสบการณ์ด้านวัสดุ/อุปกรณ์ (เรียนรู้การใช้เครื่องมือต่างๆ) เช่น ดินสอ สีต่างๆ จากการทำงานศิลปะ ทำให้เด็กเรียนรู้คำผ่านอุปกรณ์และกิจกรรม

            ประสบการณ์การทางด้านความรู้สึก และการใช้ประสาทสัมผัส 

            ประสบการณ์เหล่านี้เป็นประสบการณ์ตรง ที่ช่วยเสริมให้เด็กได้เผชิญจากความเป็นจริงที่เกี่ยวข้องกับคน สัตว์ พืช สถานที่และเหตุการณ์ สถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ 

            การที่ครูสามารถสอนให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านขั้นตอน วิธีการสอน กระบวนการกระทำ ศิลปะสามารถทำได้คลอบคลุมทุกอย่างบนโลกสามารถถ่ายทอดผ่านผลงานได้

จุดมุ่งหมายในการสอนศิลปะของเด็กปฐมวัย

            การสอนศิลปะเด็ก ไม่ใช่การสอนที่ให้เด็กวาดรูปเก่ง สวย แต่เน้นที่ตัวเด็ก กระบวนการของเด็ก

            การสอนศิลปะเด็ก เป็นการปลูกฝังนิสัยอันดีงาม ละเอียดละอ่อน และให้มีความพร้อมสำหรับการศึกษาในระดับสูงต่อไป ครูต้องสอนเด็กทุกอย่างและสามารถสอดแทรกในกิจกรรมได้

การสอนศิลปะเด็กจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อ

             1 เพื่อฝึกทักษะการใช้มือและเตรียมความพร้อม ผ่านการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า

             2 ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ + ความสามารถของเด็กแต่ละบุคคล ความสารถของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างบุคคล

             3 พัฒนาทางร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาและบุคลิกภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปลูกฝังและส่งเสริมให้เด็กมี ได้แก่ จริยธรรม มารยาท

            4 ปลูกฝังค่านิยม เจตคติ และคุณสมบัติที่ดีของศิลปะ และวัฒนธรรมไทย เป็นสิ่งสำคัญมากที่ครูต้องส่งเสริมปลูกฝังค่านิยม

            5 ฝึกให้เด็กได้เริ่มต้นเรียนรู้การใช้เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานศิลปะ ตลอดจนรู้จักเก็บรักษา และทำความสะอาดอย่างถูกต้อง

            6 ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีม

            7 เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกอย่างเป็นอิสระ ผ่อนคลาย สนุกสนานและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

            8 นำประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เด็กเกิดการเรียนรู้แต่หากนำไปใช้ไม่เป็น ก็ไม่เกิดประโยชน์

บทบาทของครูศิลปะ

            ครูเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในการจัดการเรียนการสอนศิลปะ

            เป็นผู้สร้างบรรยากาศ (ในการประดิษฐ์ ค้นหา และผลิตผลงาน)

            เป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน (ให้ความรักความอบอุ่น เป็นกันเอง และคอยให้คำช่วยเหลือแนะนำ ช่วยเหลือ)

            เป็นต้นแบบที่ดี (สาธิตวิธีการที่ถูกต้อง ไม่เผด็จการ ส่งเสริมการกล้าคิดกล้าตัดสินใจ)

           เป็นผู้อำนวยความสะดวก (จัดเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ รูปแบบศิลปะที่หลากหลายและเพียงพอต่อจำนวนนักเรียน )

บทบาทของครู (เลิศ อานันทะ : 2533)

           1 สอนด้วยใจรักและเอาใจใส่

           2 ยอมรับความสามารถเด็กแต่ละคน

           3 เปิดโอกาสและให้อิสระเด็กในการสร้างผลงาน ไม่รีบร้อนแก้ไขงาน (ให้เด็กสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง)

           4 ไม่แทรกแซงความคิดเด็ก หรือแก้ปัญหาแทนเด็ก กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแแสดงออก

           5 กระตุ้น ยั่วยุ ม้ามายให้เด็กแสดงออกอย่างเต็มความสามารถ

          6 มีการวางแผน+จัดเตรียมเคื่องมืออุปกรณ์ล่วงหน้าพร้อมทำกิจกรรม

ข้อควรคำนึงในการสอนศิลปะเด็กปฐมวัย

          1 หลีกเลี่ยงการให้แบบ การวาดภาพตามรอยประ หรือใช้สมุดวาดภาพระบายสี เพราะทำให้เด็กสูญเสียความคิดสร้างสรรค์

          2 ต้องช่วยพัฒนาความเป็นตัวของตัวเองให้แก่เด็ก ให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ ใช้คำพูดทางบวก เช่น หนู ทำได้...ลองทำดูสิ (ต้องให้เด็กภูมิในสิ่งที่เขาทำ)

          3 ไม่บีบบังคับหรือคาดคั้นเอาความหมายจากภาพ ให้เด็กพูดคุยอย่างสบายใจ และเข้าใจผลงานของตนเอง (บางครั้งเด้กคิดไม่ออก แต่ครูบังคับให้เด็กตอบ)

          4 ไม่แก้ไขหรือช่วยเด็กทำผลงาน เป็นแค่ผู้สังเกตการณ์และช่วยเหลือ (ครูไม่ควรแก้ไข/ช่วยเด็กทำ เพราะเด้กจะไม่ตั้งใจทำงานให้เสร็จ)

          5 ไม่วิจารณ์งานศิลปะเด็ก และมีวิธีการประเมินที่เหมาะสม(ไม่ควรบังคับเด็กว่าไม่ให้พูดคุยขณะทำงานศิลปะ)

          6 มีส่นในการให้ผู้ปกครองเห็นคุณค่าผลงานขอเด็ก (ครูต้องอธิบายผลงานและพัฒนาการของเด็กให้ปกครองเข้าใจ)

          7 มีส่วนช่วยขยายประสบการณ์ทางศิลปะของเด็ก ไม่อยู่แต่ในห้องเรียน ควรพาเด็กออกไปสำรวจ สัมผัส สังเกต ทัศนศึกษา เยี่ยมชมงานศิลปะตามแหล่งต่างๆ (เยียมชมงานศิลปะในสถานที่ต่างๆ)

การเตรียมการสำหรับการสอนศิลปะเด็กปฐมวัย

           - การสร้างข้อตกลง และระเบียบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ (อุปกรณ์ต่างๆมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันไป ครูควรสอนให้เด็กได้ใช้อย่างถูกวิธี)

           - การจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ให้เพียงพอ

           - การจัดวางวัสดุ อุปกรณ์ให้สะดวกแก่การใช้งาน (จัดเตรียมและอุปกรณ์เพื่อให้เด็กได้ใช้งานอย่างสะดวก)

          - การจัดเตรียมเครื่องมือรักษาความสะอาด เช่น ฟองน้ำ ผ้าเช็ดมือ ถังขยะ ถังน้ำ (การทำงานศิลปะจะเยอะเราต้องเตรียมอุปกรณ์ให้ใกล้ต่อตัวเด็ก)

          - การเตรียมพื้นที่ในการทำงานอย่างเหมาะสม และเพียงพอ

          - การมผลงาน/การจัดสถานที่แสดงผลงาน (เพื่อสร้างสรรค์ผลงเสร็จแล้วบางอย่างเก็บแฟ้มเลย บางอย่างต้องใช้แฟ้มเลย ขึ้นอยู่กับชิ้นงาน)

ลำดับขั้นตอนการสอนศิลปะเด็กปฐมวัย

     ขั้นตอนการสอนศิลปะ

             1 เลือกเรื่องที่จะสอน ต้องสอดคล้องกับเนื้อหาหรือหน่วยที่จะสอน

             2 กำหนดจุดมุ่งหมายในการสอน ต้องเป็นการให้ด็กได้อะไร ควรให้ได้พัฒนาทั้ง4ด้าน

             3 เตรียมการก่อนสอน

                      - การเขียนแผนการสอน

                     - เตรียมอุปกรณ์การสอน

            4 ทดลองและตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนลงมือสอนจริง

            5 ทำการสอนจริงตามแผน

            6 เตรียมตัวเด็กให้พร้อมก่อนการลงมือทำผลงาน เช่น การแบ่งกลุ่มเด็ก การให้เด็กสวมผ้ากันเปื้อน การปฏิบัติตามข้อตกลง

            7 การปฏิบัติงานของเด็ก โดยมีครูเป็นผู้ดูแล แนะนำ ช่วยเหลือ ตลอดจนเขียนชื่อ และจดบันทึกข้อมูล

            8 การเก็บ การรักษา และการทำความสะอาด

            9 การประเมินผลงานเด็ก

เทคนิควิธีการสอนศิลปะเด็กปฐมวัย

       การสอนศิลปะเด็กให้ดีและประสบผลสำเร็จ

                - เข้าถึงดูแล เอาใจใส่ ใกล้ชิดเด็กแต่ละคนอย่างเท่าเทียมกัน

                - เข้าใจความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล

                - ให้ความรักรักและเข้าใจ สนับสนุนและพัฒนา ช่วยเหลือ

                - สร้างบรรยากาศที่หลากหลายสนุกสนานอิสระ

                - มีระเบียบวินัย มีข้อตกลงร่วมกันและปลูกฝังเรื่องระเบียบวินัยในการทำงาน

                - ปลอดภัย ครูควรคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นหลัก

        การสอนให้เด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

                 - เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงอย่างอิสระ มีอิสระในการสร้างสรรค์งาน

                 - ฝึกหัดให้เกิดการเรียนรู้ ทดลองด้วยตนเอง ให้เด็กได้มีการลองผิดลองถูก

                 - เรียนรู้การวางแผนและแก้ไขปัญหา

                 - ส่งเสริมการแสดงออกอย่างหลากหลายรูปแบบ

                 - เน้นการเรียนปนเล่น

                 - สนับสนุน/เน้นเรื่องคุณค่าความงาม ความดี



ผลงานชิ้นที่ 1 


   


อาจารย์กำหนดเส้นโค้งมาให้เราต่อเติมเป็นรูปภาพต่างๆ




ผลงานชิ้นที่ 2


อาจารย์ให้วาดลวดลายต่างๆลงในช่อง



ผลงานชิ้นที่ 3


นำลวดลายที่เราคิดมาใส่ในรูปภาพที่เราวาด อย่างน้อย 10 ลวดลาย




ประเมิน

           ตนเอง  :  เข้าเรียนตรงเวลา และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

           เพื่อน   :   ทุกคนสนุกสนานและให้ร่วมมือในการทำกิจกรรม

           อาจารย์  :  อาจารย์มีการเตรียมพร้อมก่อนที่จะมาสอนเสมอ มีเทคนิคการสอนที่หลากหลาย 







บันทึกอนุทิน ครั้งที่2

วิชา การจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

                                             วันอังคาร ที่ 19 เดือน มกราคม พ.ศ. 2558




ความรู้ที่ได้รับ

              การจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเป็นหน่งในหกกิจกรรมหลัก ที่ต้องทุกวัน ครูจึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ๆ เพราะกิจกรรมที่จัดจะได้ไม่ซ้ำซาก สอนตามหน่วยการเรียนที่จะสอน ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเรา สิ่งที่มนุยษ์สร้างขึ้นหรือวัสดุธรรมชาติ สามารนำไปสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะได้

             ศิลปะ หมายถึงเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความงาม และความพึงพอใจ

            Art มีรากฐานมาจาก ภาษาลาตินว่า Art หมายถึง ทักษะหรือความชำนาญ หรือความสามารถพิเศษ

           งานศิลปะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นผลงานที่มนุษย์ใช้ปัญญา ความศรัทธา และความเพียรพยายามสร้างสรรค์ข้นมาใหม่ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม

ทัศนะทางศิลปะ

            -  สิ่งที่เด็กแสดงออกซึ่งการเจริญเติบโต ความนึกคิด ความเข้าใจ และการแปลความหมายของสิ่งแวดล้อม (โอเวนฟิลด์ และบริเตน,1975)

             - ศิลปะที่มองเห็นได้ที่เรียกว่า ทัศนศิลป์ คือศิลปะสองมิติหรือความสามาร แทนความรู้สึกนึกคิดของเด็กโดยตรง (วิรุณ ตั้งเจริญ,2526)

             - งานศิลปะสำหรับเด็ก ไม่ใช่้พียงแค่การวาดาพระบายสี หรือการประดิษฐ์สิ่งต่างๆเท่านั้น แต่หมายึงการแสดงออก การสื่อสาร การ่ายทอด จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กแต่ละคน ที่เกี่ยวข้องกับตัวด็กและสิ่งแวดล้อม(สิริพร ตันติรัตน์ไพศาล,2545)

คนที่จะสอนศิลปะควรยึดปรัชญานี้ไว้

              - มุ่งสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ อย่าปิดกั้นความคิดของเด็กเด็ดขาด ถ้าไปปิดกั้นความคิดเด็ก เขาก็จะไม่คิดอีกต่อไปแล้ว

              - เป็นเครื่องมือในการแสดงออก และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การแสดงไม่ใช่แค่การพูดแต่รวมถึงการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านชิ้นงาน

              - ให้ความสำคัญกับกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ครูไม่ควรแค่ผลงาน แต่ต้องดูที่กระบวนการทำของเด็กด้วย

               - เน้นความไวในการรับรู้ด้านอารมณ์ ความคิดจากสิ่งที่มองเห็น

              - ความรู้สึกที่มีอยู่เบื้องหลังผลงาน

              - สนับสนุนให้เรียนรู้ ด้วยการค้นคว้าทดลองสิ่งใหม่ๆ ครูไม่ควรกำหนดแต่ควรให้เด็กคิดและได้ค้นพบสิ่งใหม่ด้วยตัวเอง เช่น การผสมของแม่สีทำให้เกิดสีใหม่

               - นำไปใช้พัฒนาชีวิตด้านอื่นๆได้ ทุกอย่างสามารถพัฒนาตนเองได้ทุกด้าน

ความสำคัญของศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย 

1 เพื่อตอบสนองความต้องการของเด็กปฐมวัย

            - ชอบวาดรูป ขีดๆเขี่ยๆ เด็กจะชอบวาดภาพมากกว่าเขียน

            - เด็กมีความคิดจินตนาการ เด็กจะคิดไกล เด็กจะวาดเองตามจินตนาการ

            - เด็กใช้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดที่บางครั้งไม่สามารถพูด อธิบายได้

             - เด็กต้องการการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ เด็กชอบการชมเชยและยกย่องจากผู้ใหญ่

             - เด็กต้องการกำลังใจ การสร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจ สิ่งที่สำคัญที่ครูควรทำคือการชมเด็กแต่ควรชมพอประมาณ เพื่อให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

2เป็นพื้นฐานทางการศึกษาที่สำคัญสำหรับเด็กปฐมวัย
 
             - ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา

             - ช่วยจัดประสบการณ์ที่มีผลต่อการเรียนรู้ให้กว้างมากขึ้น

             - กระบสวนการศิลปะจะทำให้เกิดการเรียนรู้ตนเองและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตามวัย  เด็กยังเล็กความรู้น้อย ครูต้องจัดประสบการณ์ให้เด็กเยอะๆ เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น

            -ช่วยพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

            -ช่วยเสริมแรง/กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เช่น มีกระดาษ1แผ่น แล้วให้เด็กวาดอะไรก็ได้ตามจินตนาการ

            - จะทำให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ ครูต้องให้เด็กคิดเอง ทำเองเยอะๆ

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์

ทฤษฎีโครงสร้างทางสติปัญญาของกิลฟอร์ด (Guilford)

               เป็นทฤษฎีเกี่ยวกับโครงสร้างทางสติปัญญา  เน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ความมีเหตุผลและการแก้ปัญหา ทำให้ทราบความสามารถของสมองที่แตกต่างกันถึง 120ความสามารถ ตามแบบจำลองโครงสร้างทางสติปัญญาในลักษณะ 3มิติ คือ มีเนื้อหา 4มิติ วิธีการคิด 5มิติ และผลของการคิด 6มิติ

ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของทอร์แรนซ์ (Torrance)

             ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ว่าประกอบด้วย ความคล่องแคล่ว(คิดรวดเร็ว)  ความยืดหยุ่นในการคิด(คิดได้หลากหลาย) ความริเริ่มในการคิด (คิดแปลกใหม่)

             ทอร์แรนซ์ กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นกระบวนการของความรู้สึกไวต่อปัญหา หรือสิ่งที่ขาดหายไป แล้วเกิดความพยายามในการสร้างแนวความคิด ตั้งสมมติฐานและเผยแพร่ผลที่ได้ให้ผู้อื่นรับรู้และเข้าใจ ทำให้เกิดแนวทางในการค้นคว้าสิ่งที่แปลกๆใหม่ๆต่อไป

ทฤษฎีความรู้สองลักษณะ

               การทำงานของสมองแตกต่างกัน สมองซีกซ้าย ทำงานส่วนของการคิดที่เป็นเหตุผล ส่วนสมองซีกขวา จะทำงานส่วนของจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

              ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาเพียงสมองซีกใดซีกหนึ่งเป็นพิเศษ ไม่ให้ความสนใจเรื่องการทำงานของสมองอีกซีกหนึ่งเท่าที่ควร

               ระบบการศึกษาส่วนใหญ่ มุ่งพัฒนาการสมองซีกซ้ายด้วยการท่องจำ คำนวณ คิดเลข สรรหาถ้อยคำ วิเคราะห์ข้อมูล และอยู่ในกฎระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ขาดการสนับสนุนให้สมองซีกขวาพัฒนาควบคู่ไป การคิดจินตนาการ การคิดแปลกใหม่ ความเป็นศิลปิน จึงไม่ค่อยมีโอกาสพัฒนา

ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ (Gardner)

        1 ความสามารถทางด้านภาษา

        2 วามสามารถทางด้านตรรกวิทยาและวิทยาศาสตร์

        3 ความสามารถด้านดนตรี

        4 ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์

        5 ความสามารถทางด้านกีฬา

        6 ความสามารถทางด้านมนุษย์สัมพันธ์

        7 ความสามารถด้านจิตวิเคราะห์

        8 ความสามารถทางด้านธรรมชาติศึกษา

        9 ความสามารถทางด้านการคิดพลิกแพลงแตกต่างในการแก้ปัญหา

                 - คิดไว มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาต่างๆได้ดี

                 - รู้จักเลือก หรือาวิธีการในการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม

                 - เป็นเด็กช่างคิด สามารถคิดค้นประดิษฐ์สิ่งแลกใหม่อยู่เสมอ

                 - ไม่หยุดนิ่งทางความคิด ชอบเทคโนโลยี

       ลักษณะสำคัญของทฤษฎีพหุปัญญา

                  - ปัญญา มีลักษณะเฉพาะด้าน

                  - ทุกคนมีปัญญาแต่ละด้าน ทั้ง9ด้านมากน้อยแตกต่างกัน

                  - ทุกคนสามารถพัฒนาปัญญาแต่ละด้านให้สูงขึ้นได้

                  - ปัญญาต่างๆสามารถทำงานร่วมกันได้

                 - ในปัญญาแต่ละด้าน ก็มีความสามารถหลายอย่าง

พัฒนาการทางศิลปะ

           เคลล็อก (Kellogg) ศึกษางานขีดๆเขี่ยๆของเด็กปฐมวัย และจำแนกขั้นตอนออกเป็น 4ขั้นตอน ทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของงานขีดๆเขียนๆทางศิลปะที่มีผลเชื่อมโยงกับพัฒนาการของเด็ก 4ขั้นตอน มีดังนี้

               ขั้นที่1 ขั้นขีดเขี่ย เด็กวัย 2ขวบ จะขีดๆเขียนๆตามธรรมชาติ ขีดเขี่ยเป็นเส้นตรงบ้างโค้งบ้าง ปราศจากการควบคุม

               ขั้นที่2  ขั้นขีดเขี่ยเป็นรูปร่าง เด็กวัย 3ขวบ   การขีดๆเขี่ยๆเริ่มเป็นรูปร่างขึ้น เขียนวงกลมได้และควบคุมมือกับตาให้สัมพันธ์กันมากขึ้น

                ขั้นที่3  ขั้นรู้จักออกแบบ เด็กวัย 4ขวบ ขีดๆเขียนๆเป็นรูปร่างเข้าด้วยกัน วาดโครงสร้างหรือเค้าโครงได้และวาดสี่เหลี่ยมได้

                ขั้นที่4  ขั้นการวาดแสดงเป็นภาพ เด็กวัย 5ขวบขึ้นไป เริ่มแยกแยะวัสดุที่เหมือนกับมาตรฐานของผู้ใหญ่ได้ รับรู้ความเป็นจริงเขียนภาพแสดงถึงภาพคน/สัตว์ได้ ควบคุมการขีดเขียนได้ดี และวาดสามเหลี่ยมได้

พัฒนาการด้านร่างกาย

        การขีดเขียน

                อายุ 3-4ปี เขียนรูปร่างวงกลมตามแบบได้

                อายุ 4-5ปี เขียนรูปจตุรัสตามแบบได้

                อายุ 5-6ปี เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้


        การพับ

                อายุ 3-4ปี พับและขีดสันกระดาษสองทบตามแบบได้

                อายุ 4-5ปี พับและรีดสันกระดาษทบตามแบบได้

                อายุ 5-6ปี พับและรีดสันกระดาษได้อย่างคล่องแคล่ว


         การวาด

                อายุ 3-4ปี วาดภาพคนมีศรีษะ ตา ขา ปาก

                อายุ 4-5ปี วาดภาพคนที่มีมีศรีษะ ตา ปาก จมูก ปาก ลำตัว เท้า

                อายุ 5-6ปี วาดภาพคนที่มีมีศรีษะ ตา ปาก ลำตัว เท้า จมูก แขน มือ เท้า คอ




กิจกรรมในห้องเรียน




 กิจกรรม "มือน้อยสร้างสรรค์"






ผลงานของเพื่อนทุกคนในห้อง


ประเมิน

           ตนเอง  :  วันนี้เรียนทฤษฎีทำให้ง่วงเล็กน้อย แต่ก็ตั้งใจเรียน พยายามจดเนื้อหาสำคัญและจำเทคนิคต่างๆ เพื่อต่อไปจะได้นำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

           เพื่อน   :   เพื่อนตั้งใจเรียน แต่ก็มีบางคนชอบคุยไม่ค่อยตั้งใจเวลาอาจารย์อธิบาย  เพื่อนตั้งใจตั้งทำกิจกรรมในวันนี้มาก แต่ละคนสร้างสรรค์งานออกมาสวยมาก


           อาจารย์  :  อาจารย์อธิบายเนื้อหาละเอียดมาก มีการยกตัวอย่าง บอกเทคนิคต่างๆและให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมลงมือสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้นักศึกษาได้เข้าใจมากขึ้น